เรียกว่า หืดขึ้นคอก็ว่าได้ กับภายใต้อันภาวะกดดัน ต่อการพยายามพาทีมที่เป็นที่ถูกจับจ้องของเกมส์พรีเมียร์ลีก หวังคว้าอันดับท็อปโฟร์หลังจบซีซั่น ของกุนซือราล์ฟ รังนิก ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถึงแม้ว่าปีศาจแดง ยังรักษาอันดับสี่เอาไว้ได้ก็จริง หลังจากเสียทีไปเสมอกับ วัตฟอร์ด 0-0 ใน ศึกพรีเมียร์ลีกในคืน 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ทว่าโปรแกรม พรีเมียร์ลีก อีกสามนัดข้างหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องเจอกับคู่แข่งสุดหฤโหดทุกนัด แถมยังมีเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมนัดสองต้อนรับ แอตเลติโก มาดริด เข้ามาสมทบอีกด้วย

จากสถานการณ์ล่าสุด เวสต์แฮม ทีมอันดับห้ามีคะแนนตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สองแต้ม แต่ที่น่าหนักใจแทน โค้ชราล์ฟ รังนิก มากกว่านั้นคือต้องไปเจอ อาร์เซน่อล กับ สเปอร์ส ทีมอันดับห้าและหก ที่เก็บแต้มอยู่ในมือมากกว่า

โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล ซึ่งลงเล่นน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามนัด และมีแต้มตามหลังสองแต้ม ขณะที่ สเปอร์ส เตะน้อยกว่าสองนัด และตามหลังห้าแต้ม

เท่ากับว่า ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกที่นั่งลำบากอย่างแท้จริงหลังทำได้แค่เสมอกับ วัตฟอร์ด แบบศูนย์สกอร์ และกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับสามทีมยักษ์ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส

ด้วยสถานการณ์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสเก็บแต้มในสามเกมข้างหน้าได้มั้ยนะ

หรือจะได้ 0 แต้ม จาก 9 แต้ม

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม

ประเดิมเกมแรกของเดือนมีนาคม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอันต้องปะทะแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง และแชมป์เก่าทันที แถมต้องไปเยือนในถิ่นเพื่อนบ้านซะด้วย

จากการคำนวณของ Sports Power Index ปีศาจแดง ถูกยกให้มีโอกาสเก็บสามแต้มเต็มแค่ 12 เปอร์เซนต์ เท่านั้นจากการวิเคราะห์ฟอร์มที่เหมือนผีเข้าผีออก และเอาอะไรแน่นอนไม่ได้ของพวกเขา

หากย้อนกลับไปดูสถิติที่สองทีมปะทะแข้งกัน แฟนแมนยู ก็ยังพอมีความหวังบ้าง

มันเป็นเพราะว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามครั้งจากการเผชิญหน้ากันห้าครั้งหลัง และเก็บมาได้ 10 แต้ม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกทัพไปเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม หนล่าสุดเมื่อ ปีก่อน ปีศาจแดง บุกไปคว้าชัยได้ด้วยสกอร์ 2-0

อ่ะ มาเสริมความมั่นใจกันอีกสักนิด ลองมองดูฟอร์มช่วงหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ที่แพ้ สเปอร์ส คาบ้าน 3-2 ก่อนบุกไปเฉือนเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้แบบเต็มกลืน 1-0 โดยผู้ตัดสินกล่าวขอโทษกับทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน แล้วว่าพวกเขาสมควรได้ลูกโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ โรดรี้ ซึ่งอาจทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สะดุดต่ออีกนัดเก็บได้แค่แต้มเดียวก็เป็นได้

ยิ่งไปกว่านั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้แค่นัดเดียวจากการลงสนาม 11 นัดหลังอีกด้วย นั่นก็เป็นอีกโอกาสเก็บแต้มของเขา แม้อาจเป็นเรื่องเหนื่อยที่จะคว้าสามแต้มเต็ม และสมควรหวังผลเสมอมากกว่า

-เทียบกันชัดๆ พรีเมียร์ลีก ห้านัดหลัง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 1 , เสมอ  1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 3

แต้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ได้ 10 จากเต็ม 15

2.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs สเปอร์ส วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม

การปะทะกันในช่วงหลังของทั้งคู่จบลงด้วยการสอยตาข่ายกันอย่างเมามัน และในสามเกมหลังมีการทำประตูกันมากถึง 14 ลูก

แต่จากผลงานการกุมบังเหียนของราล์ฟ รังนิก แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงคาดหวังอะไรแบบนั้นไม่ได้มากนักเนื่องจากพวกเขาประสบกับปัญหาด้วยการไม่มีเป้าหมาย อย่างล่าสุดมีโอกาสทำประตู แตน วัตฟอร์ด มากถึง  22  ครั้ง แต่เข้ากรอบแค่สามครั้ง และก็ยังไม่น่าประทับใจ

เอาเป็นว่าหาก ผี หักคอ ไก่ ได้สำเร็จ ก็ต้องบอกว่าทำได้แล้วนะ ส่วนเรื่องจำนวนประตูให้ถือว่าเป็นโบนัสจะดีกว่าเนื่องจากทีมของนายใหญ่ราล์ฟ รังนิก เช็คบิลฝ่ายตรงข้าม เข้ามากกว่าหนึ่งลูกได้แค่สองเกมเท่านั้นจากแปดเกมหลัง

ในทางตรงกันข้าม สเปอร์ส ปล่อยพลังระเบิดตาข่ายได้อย่างดุเดือด โดยพวกเขามีชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 และก่อนหน้านั้นก็พิชิต ไบรท์ตัน ในศึก เอฟเอคัพ 3-1 รวมทั้งชนะ เลสเตอร์ ในลีก 3-2

กระนั้นก็ดี สเปอร์ส ภายใต้การนำของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ยังมีผลงานที่ไม่นิ่งเหมือนกัน หากไม่เชื่อก็ไปถาม เบิร์นลีย์ และ เชลซี ดูได้จากที่พวกเขาเอาชนะ สเปอร์ส ได้ด้วยสกอร์ 1-0 และ 2-0

ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีผลงานที่ดีในระยะหลังที่ต้องฟาดกับทีมไก่เดือยทองรายนี้จากที่พวกเขาบุกมาได้ 10 แต้มในเกม พรีเมียร์ลีก ห้านัดหลัง ซึ่งเป็นการคว่ำ สเปอร์ส ได้สามนัด

-เทียบกันชัดๆ ใน พรีเมียร์ลีก ห้านัดหลัง

สเปอร์ส ชนะ  1, เสมอ  1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 3

แต้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 10 จากแต้มเต็ม 15

3. ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม

สำหรับคู่ต่อกร สเปอร์ส กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจยังพอมีหวังได้ แต่ไม่ใช่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล แน่นอน

ทั้งนี้เพราะจากการฟาดแข้งกันในลีกห้าหนหลัง ปีศาจแดง เก็บแต้มจาก red machine ได้แค่สองแต้มเท่านั้น แถมเสียประตูมากถึง 12 ลูก และยิงคืนได้แค่ 3 ลูก

ยิ่งไปกว่านั้น ในเกมล่าสุดที่ได้ดวลกัน หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายกำชัยไปอย่างขาดลอย 5-0 ที่ โรงละครแห่งความฝัน สมัยที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังกุมบังเหียน

ด้วยเหตุนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงถูกคำนวณว่ามีโอกาสพ่ายในเกม เรด แมชชีน อีกตามเคย มากถึง 86 เปอร์เซนต์เนื่องจากชั่วโมงนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะเป็นทีมที่น่าเกรงขามมากที่สุดในยุโรป  และพวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ มาครองหมาดๆ

เท่านั้นไม่พอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยบุกไปอาละวาดที่ แอนฟิลด์ ได้อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2016 พวกเขาจึงน่าจะรอดยากแบบไม่ต้องเดา

– เทียบกันชัดๆ ใน พรีเมียร์ลีก ห้านัดหลัง

ลิเวอร์พูล ชนะ  3 , เสมอ  2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ  0

แต้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  2 แต้มจากแต้มเต็ม 15

4.คอนเฟริม

เป็นเรื่องน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะผ่านด่านสามเกมสุดหฤโหดนี้ไปได้ในสภาพไหน

จากเก้าแต้มที่มีรอให้เก็บ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ทีมของราล์ฟ รังนิก จะกำชัยได้แบบ ร้อยเปอร์เซนต์ และมันคงน่าช็อกเช่นกัน หากถึงขั้นที่พวกเขาจะแพ้รวด ไม่มีแต้มติดมือเลยในสามเกมนี้

ความน่าจะเป็น ผลชนะ เสมอ และแพ้อย่างละนัดในสามเกม และเก็บได้ 4 แต้ม น่าจะเพียงพอแล้วตามมาตรฐานของ ปีศาจแดง เวลานี้

แต่ก็นั่นแหละ ภายใต้การนำทัพของ ราล์ฟ รังนิก ที่ไม่ปราชัยใครง่ายๆ เช่นกันจะหลุดจากอันดับท็อปโฟร์แน่นอนหากเก็บได้แค่สี่แต้มจากสามเกมอันหฤโหดที่รออยู่